หลักการและแนวทางในการถ่ายโอน สอ. ไปสู่ อปท.
หลักการและแนวทางในการถ่ายโอน สอ. ไปสู่ อปท.
ศ.ดร.อุดม ทุมโฆสิต(ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการปกครองท้องถิ่น)
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
หลักการ
1.รธน. ปี 50 ได้บัญญัติไว้ พอสรุปได้ดังนี้
1.1 บุคคลต้องได้รับการปฏิบัติจากรัฐโดยมีสิทธิเท่าเทียมกันในการได้รับบริการ ด้านสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ (ม.20,51)
1.2 การบริหารราชการแผ่นดินต้องยึดหลักการกระจายอำนาจให้ อปท. พึ่งตนเอง ตัดสินใจได้เอง (ม.78)
โดยรัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้รับบริการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม และได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ (ม.80)
1.3 รัฐต้องให้หน่วยปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะ (ม.281)
1.4 การกำกับดูแล อปท. ต้องทำเท่าที่จำเป็น เหมาะสมกับรูปแบบของ อปท. และต้องมีมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางให้ อปท. ปฏิบัติได้เอง (ม.282)
2. พรบ.กำหนดแผน/ขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ และแผนปฏิบัติการกระจายอำนาจฯ (ฉบับที่2)
กำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจไปสู่ อปท. โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่พึงพิจารณาในการถ่ายโอน สรุปดังนี้
2.1 ต้องถ่ายโอนให้เทศบาล/อบต. ก่อน ถ้าไม่ได้จึงถ่ายโอนให้ อบจ.
2.2 ต้องคิดวิธีการ/รูปแบบ ที่ทำให้ปริมาณและคุณภาพการบริการหลังการถ่ายโอนไม่ต่ำกว่าเดิม
2.3 งาน คน เงิน ต้องได้รับการพิจารณาเป็นชุด แต่หากมีเหตุผลเหมาะสม ก็โอนเฉพาะส่วนได้
2.4 คำนึงถึงประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลที่ประชาชนได้รับ
2.5 คำนึงถึงความก้าวหน้าของบุคลากรที่ถูกถ่ายโอนด้วย
2.6 หากมีปัญหาจนไม่สามารถแก้ไขได้ ให้โอนกลับได้
แนวทาง : มีข้อสังเกตดังนี้
1.ข้อเท็จจริงด้านสถานีอนามัยมีลักษณะ
(1) มีมาตรฐานจัดตั้งและบริหารเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ส่วนใหญ่ถูกออกแบบ / พัฒนา ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ระดับตำบล
(2) เป็นบริการเฉพาะด้าน ที่มีมาตรฐานทางวิชาการ/วิชาชีพ ความชำนาญเฉพาะด้านรองรับชัดเจน
(3) ต้องใช้บุคลากรมาตรฐานการบริการแบวิชาชีพ ซึ่งมีลักษณะเป็นพิเศษ
(4) ต้องใช้งบประมาณในการจัดทำบริการสูง
(5) มีระบบบริการและระบบจัดการเฉพาะ
2.ข้อเท็จจริงด้าน ท้องถิ่น
(1) อบต./เทศบาล มีขนาด ศักยภาพ หลากหลาย ไม่เท่ากัน ยังไม่ทราบชัดเจนว่า “ขนาดและศักยภาพ” ที่เหมาะสมในการ matching ระหว่างท้องถิ่นและ สอ.เป็นอย่างไร
เข้าใจว่า อบต. ขนาดเล็กคงรับการถ่ายโอนเพียงลำพังไม่ได้ ต้องร่วมมือกับท้องถิ่นอื่นๆ
(2) อบจ. ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด จึงไม่มีปัญหาเรื่องศักยภาพในการถ่ายโอน แต่มีข้อจำกัดในด้านหลักการ คือ ถูกกำหนดให้มีความสำคัญเป็นรองในการรับโอน
(3) ต้องคิดค้น/พัฒนา ขึ้นมารองรับให้ชัดเจน จึงจะมั่นใจได้
3.รูปแบบการจัดทำบริการด้านสาธรณสุขของท้องถิ่นทำได้หลายรูปแบบ คือ
– ทำเองได้ทั้งหมด
– ร่วมมือกับรัฐ
– จัดทำในรูป สหการ หรือ ร่วมกันระหว่าง อปท. ต่างๆ
– จัดซื้อบริการ
ดังนั้นยุทธศาสตร์การจัดทำบริการของแต่ละท้องถิ่นจึง ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวกัน
4.มีข้อคิดว่า โอนไปแล้วประชาชนต้องได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่าเดิม หากไม่เป็นไปตามหลักการ โอนกลับได้ จึงจำเป็นต้องมีการติดตามประเมินผลหลังการถ่ายโอนอย่างเข้มแข็งและเล็งผล ระยะยาว โดยต้องมีการปรับปรุง/พัฒนา อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ มิใช่โอนเสร็จแล้วเลิกสนใจ
5.ในแง่โครงสร้างองค์การและการจัดการทั้งระบบ จะมีการบูรราการระหว่างส่วนกลาง/ภูมิภาค/และท้องถิ่นอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความร่วมมือเป็นทีม โดยรูปแบบที่ชัดเจนนี้จะต้องระบุออกมาอย่างน้อย 3 ระดับ คือ
– ระดับท้องถิ่น
– ระดับจังหวัด
-ระดับชาติ
ทั้งนี้โดยยึดหลักความร่วมมือ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์ที่ประชาชนพึงได้รับเป็นสำคัญ
6.ส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องพัฒนาขึ้นรองรับ คือ ระบบบริการ (SERVICES DELIVERY SYSTEM) หลังการถ่ายโอนต้องมีความชัดเจน และบูรณาการจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง สธ.,มท.,ท้องถิ่น,กกถ
7.ระบบหลังการถ่ายโอน ต้องมีความชัดเจนในเรื่อง คน เงิน วัสดุ/อุปกรณ์ และเทคนิควิชาการ ว่าจะทำอย่างไร
หลักการกระจายอำนาจ
- มุ่งประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมุ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพระยะยาว ในการตัดสินใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหาสุขภาพให้เกิดผลดียิ่งขึ้นเพื่อ ให้เกิดระบบบริการสุขภาพที่เสมอภาคมีประสิทธิภาพและคุณภาพดี
- มุ่งระบบที่ยืดหยุ่นมีพลวัต โดยให้มีความยืดหยุ่นตามศักยภาพ ความเป็นไปได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยน และ การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปสู่การกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่องและเกิดความยั่งยืนในการพัฒนา สุขภาพ
- มุ่งระบบที่มีส่วนร่วมโดยการสร้างกลไกและกระบวนการที่มีส่วน ร่วมอย่างเข้มแข็ง ทั้งจากส่วนกลาง/ภูมิภาค/และท้องถิ่น โดยตัดสินใจร่วมกันด้วยกระบวนการปรึกษาหารือบนพื้นฐานของความปรารถนาดี ความรัก ความเมตตา และขันติ หลีกเลี่ยงอัตตา และความยึดมั่นในความคิดของตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางระบบบริการสุขภาพ
ลักษณะการกระจายอำนาจ
1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ซื้อบริการ เป็นเจ้าของเงิน เป็นผู้ซื้อบริการจากสถานบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและนอกพื้นที่ โดยจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของ อปท. ให้สามารถจัดการด้านการเงินและสามารถดูแลคุณภาพมาตรฐานบริการที่ได้รับเป้นอ ย่างดี
2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการร่วมกับส่วนกลาง/ภูมิภาค เช่น ร่วมดำเนินงาน 30 บาทฯ ลงทุนในการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ หรือร่วมกับสถานีอนามัย/โรงพยาบาลต่างๆ พัฒนาโครงสร้างระบบสุขภาพ
3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเองบางส่วน เช่น รับผิดชอบดำเนินการในด้านการพัฒนาสภาพแวดล้อมและการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
4.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเองทั้งหมด โดยเป็นเจ้าของสถานบริการสุขภาพและเป็นผู้ดำเนินการด้านสุขภาพทั้งหมด
5.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดจะดำเนินการลักษณะใด ในด้านใด และเมื่อไร ให้เป็นไปตามหลัก 3 ประการ ดังกล่าว
- สรุปสาระสำคัญ การประชุมเสวนา สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข (บุคคลที่เข้าร่วมประชุม) 21-23 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ หาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี
- หวั่น พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข ยุค “จุรินทร์” อืด เหตุ 5 เดือนแล้วเงียบฉี่
- รวมข่าวสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ชุมนุมหน้าสธ.(18มค53)
- ร่าง พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ…..ชงเข้า ครม.ภายใน 22 มิย.2553
- หมออนามัยบุกสธ.ร้อง”โดนทิ้ง”