สรุปสาระสำคัญ การประชุมเสวนา สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข (บุคคลที่เข้าร่วมประชุม) 21-23 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ หาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี
มองทิศทางการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน
กับทศวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุข
หมออนามัยสูญพันธุ์ จริงหรือ?
ความเป็นมาหมออนามัย ทำงานรับใช้ประชาชนด้านสุขภาพ มานานถึง 96 ปี ให้บริการในระดับชุมชนเมือง ระดับท้องถิ่น และพื้นที่ทุร กันดาลห่างไกล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัย ที่สมบูรณ์ แข็งแรง
โดยมีเป้าประสงค์ของผู้บริหารระดับประเทศ ตั้งแต่แรกเริ่ม ผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ คือ หมออนามัย เป็นผู้ทำหน้าที่แทนบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลน หมออนามัยทำภารกิจตามได้รับมอบหมายมาจนถึงปัจจุบัน 96 ปี บทบาทหน้าที่ของหมออนามัย ก็ยังเป็นผู้ทำหน้าที่แทนบุคลากรทางการแพทย์ หน้าที่โดยตรงของหมออนามัย ไม่มี จะมาเรียกร้องอะไรนักหนา งานที่หมออนามัยทำเป็นงานของวิชาชีพอื่น ๆ ที่ฝากให้ทำเท่านั้น
เคราะห์หามกรรมซ้ำ กฎกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการแบ่งส่วนราชการ ประกาศเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553 ลงนามโดยนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ส่วนกลาง (กระทรวง,กรม,กอง ต่าง ๆ) ส่วนภูมิภาค (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด,สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ) ส่วนภูมิภาคไม่มี หน่วยงานสถานีอนามัยอยู่ในโครงสร้างส่วนราชการ กอรปกับกฎหมายการกระจายอำนาจ ตามแผนปฏิบัติการปี 2550 กำหนดให้ถ่ายโอนสถานีอนามัยไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในปี 2553
กรรมซ้ำสอง หนังสือจาก กพ.ที่ นร 1004/ว20 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2553 เรื่องวุฒิที่ กพ . กำหนดให้คัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2554 จำนวน 50 สายงาน ไม่มีระบุชื่อตำแหน่งในสายงาน นักวิชาการสาธารณสุข และ เจ้าพนักงานสาธารณสุข จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า สายงานสาธารณสุขไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผลิตบุคลากร (กลุ่มหมออนามัย) เพื่อรองรับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
จากสถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน โดยตรง มีการตราพระราชบัญญัติหลายฉบับ พระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 พระราชบัญญัติกองทุนสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2543
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 แผนพัฒนาสาธารณสุขฉบับที่ 10 การจัดระบบดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ให้บริการแบบผสมผสาน ซึ่งงานในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ได้มอบหมายให้สถานีอนามัยเป็นผู้ดำเนินการ ด้วยอัตรากำลังคนเฉลี่ย 3 คน / สถานีอนามัย ที่ต้องมีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบ ในกิจกรรม 300 กิจกรรม จาก 9 กรม ที่มอบหมายผ่าน สสจ./ สสอ. นอกจากนี้ รวมถึงเอกสารและการรายงานข้อมูล ตามตัวชี้วัด (KPI) จากกระทรวง / สปสช. /ก.พ.ร. (เป็นยังไง งานทั้งกระทรวง หมออนามัยเป็นผู้แบกรับ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง พันคนคิด (กระทรวง) ร้อยคนปฏิบัติ (สสจ./สสอ.) สามคนเป็นผู้กระทำ (สถานีอนามัย) )
งานมากแค่ไหน หมออนามัย ก็เป็นได้เพียงผู้ปฏิบัติตามภารกิจทดแทน สายงานที่ขาดแคลน ไม่ใช่ผู้มีหน้าที่หลักตามวิชาชีพนั้น ๆ ช้ำ! มั๊ย เกียรติ ศักดิ์ศรี หมออนามัย ไม่เป็นที่ปรากฎในสายตาของผู้บริหารระดับประเทศ และบุคคลโดยทั่วไป
ต่อจากนี้ไป หมออนามัยจะอยู่ในสังคม ในฐานะใด
แล้วเราจะทำอะไร ใครจะเป็นคนทำ
ถ้าพวกหมออนามัยไม่ทำ แล้วใครจะทำ
หมออนามัย : มีความจำเป็นแล้วหรือยัง! ที่จะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
ไม่ใช่ผู้รับใช้ ผู้ประกอบวิชาชีพ
หมออนามัย : มีความจำเป็นแล้วหรือยัง ! ที่จะต้องมีงานหลัก เป็นวิชาชีพของ
ตนเอง ไม่ใช่งาน ที่ผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ใช้ให้ทำ
ถึงเวลาแล้ว ! หมออนามัยต้องปรับเปลี่ยนระบบวิธีคิดใหม่ ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่อาจอยู่ภายใต้สถานภาพเดิมนี้ต่อไปได้อีกแล้ว มิเช่นนั้น เราจะไม่มีแม้แต่สถานที่ปฏิบัติงาน ต้องถูกยุบหรือเลิกกิจการ หรือแม้แต่ตำแหน่งที่ปฏิบัติงานก็อาจไม่มีความจำเป็น จะต้องผลิตสายงานนี้ อีกต่อไป
หาก…หมออนามัย ยังปฏิบัติตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ขวนขวาย หาทางรอด สุดท้าย หมออนามัย สูญพันธุ์
จากอดีต จนถึง ปัจจุบัน รวมระยะเวลา 96 ปี คำเรียก หมออนามัย จากประชาชน คือผู้ที่มีแต่ให้ มีใจ โอบอ้อม อารี ดำรงไว้ซึ่งจิตสาธารณะ
ณ วันนี้ พวกเรา หมออนามัย มองตัวเราเองซิ เราได้ทำอะไรให้กับตัวเรา และ องค์กรหมออนามัยบ้าง ถึงเวลาแล้ว…. หมออนามัยทุกๆท่าน ต้องตื่น ต้องรู้ตัว มาปกป้อง องค์กรหมออนามัยของท่าน มิใช่คอยรับแต่ส่วนบุญที่บุคลอื่น ทำให้
หมออนามัย เริ่มมีความหวัง
เมื่อมีกลุ่ม องค์กรภาคีเพื่อนช่วยเพื่อน มาปกป้อง หมออนามัย เพื่อหยุดยั้งการสูญพันธุ์
กลุ่มองค์กรที่กล่าว : คือ สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข
นำโดย นายกสมาคม ฯ คุณไพศาล บางชวด , คุณทัศนีย์ บัวคำ อุปนายกสมาคม ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ และทีมที่ปรึกษา ดร.เมธี จันท์จารุภรณ์ (ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข) รองศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ ณ หนองคาย (คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) นพ.อำนวย กาจีนะ,นพ.พูนชัย จิตอนันต์วิทยา , ศาสตราจารย์ ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท พวงงาม (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ดร. นพ.ถวัลย์ พบลาภ (ประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด) นพ.พิสุทธ์ จงอุดมสุข (ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) ดร. นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ (คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ (กรรมการกฤษฎีกา) นพ.สมพันธ์ คมฤทธิ์ (เลขาธิการแพทย์สภา)
นายดนัย สุวรรณา (นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข)
สถาบันการศึกษา ที่สนับสนุนข้อมูล สถาบันบรมราชนก , มหาวิทยาลัยมหิดล , มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯลฯ
บทบาทของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ในรอบปี 2552
จัดประชุมเสวนา หมออนามัย 4 ภาค โดยถือฉันทามติร่วมกันว่า ให้มีการเสนอยกร่าง พระราชบัญญัติ ขึ้นมา 2 ฉบับ
ฉบับที่ 1 พระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ……
ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ พ.ศ. …..
โดยมีองค์กรที่ร่วมผลักดัน และสนับสนุนให้มีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ อาทิ สมาคมหมออนามัย ,มูลนิธิชมรมสาธารณสุข,ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย,ชมรมสถานีอนามัยแห่งประเทศไทย และเครือข่ายหมออนามัย
ความสำเร็จที่คาดหวัง จะต้องเป็นกระบวนการที่ทุกคน (หมออนามัย) มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยทุกคน ทุกกลุ่ม(ชมรม,สมาคม,มูลนิธิ,เครือข่าย) มีความเป็นเอกภาพ มีอัตลักษณ์ของบุคลากรสาธารณสุขและหมออนามัย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่มีมาตราฐาน
ในวันที่ 19 สิงหาคม 2552 สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ได้เสนอยกร่าง พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. … และ พระราชบัญญัติการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ พ.ศ..
โดยท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบร่าง พ.ร.บ ทั้ง 2 ฉบับ ณ ที่บริเวณอาคารรัฐสภา
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเป็นนโยบายกระทรวงสาธารณสุข รับเป็นเจ้าภาพในการตราพระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุข และได้เสนอร่าง พ.ร.บ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. … เข้าวาระประชุมของคณะรัฐมนตรี และร่าง พ.ร.บ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. …. ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2553
ต่อจากนี้ไป ร่าง พ.ร.บ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. …. เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ได้จัดส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาตรวจสอบ ความถูกต้อง สมบูรณ์
ของร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ และได้ให้องค์กรวิชาชีพที่ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ไปเกี่ยวข้องได้เสนอข้อโต้แย้ง และท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งทีมงานด้านกฎหมายและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นทีมงานแก้ต่างข้อโต้แย้ง ขององค์กรวิชาชีพที่ได้รับผลกระทบ ประมาณการระยะเวลาในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา ประมาณ 1 ปี
(ข้อสงสัย… เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ จะเป็นเช่นไร คำตอบจากวิทยากร… โดยมารยาท เมื่อร่าง พ.ร.บ ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว รมว.คนใหม่เสนอร่าง พ.ร.บ ตามขั้นตอนต่อไป ไม่ต้องยื่นร่างเสนอ คณะกรรมการกฤษฎีกาใหม่)
ขั้นตอนต่อไป เมื่อผ่านการพิจารณาตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว จะนำกลับมาที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และอนุมัติอีกครั้ง จากนั้นจึงส่งไปยังวิปรัฐบาล เพื่อนำเข้าเป็นวาระพิจารณารับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
(สภาผู้แทนราษฎร พิจารณา 3 วาระ) (สภาสูง: วุฒิสภา พิจารณา 3 วาระ) จึงจะออกเป็น พ.ร.บ ได้
ขั้นตอนการดำเนินงาน ของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข
สมาคม ฯ ได้ขอคำปรึกษา จากศาสตราจารย์นายแพทย์ วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ (กรรมการกฤษฎีกา) ในการต่อสู้ทางกระบวนการกฎหมาย ในกระบวนการชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประสานขอการสนับสนุน ข้อมูลด้านนโยบาย ด้านกลไกการบริหารจัดการ ด้านวิชาการ และการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จากผู้บริหารสถาบันบรมราชนก , ผู้แทนคณบดี คณะสาธารณสุขศาสตร์แห่งประเทศไทย ,มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยบูรพา,มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,มหาวิทยาลัยนเรศวร ตลอดจนที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อำนวย กาจีนะ, ดร.เมธี จันทร์จารุภรณ์ , รองศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ณ หนองคาย ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงครามชัย สีทองดี , นายแพทย์พูนชัย จิตอนันต์วิทยา
ณ ปัจจุบัน การเสนอร่าง พ.ร.บ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ….. อยู่ในชั้นกระบวนการทางกฎหมาย ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนร่าง พ.ร.บ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ พ.ศ. ….. อยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียดของกระทรวงสาธารณสุข
สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ไม่หยุดอยู่เฉยได้ดำเนินการทางมาตราฐานวิชาชีพ ควบคู่ไปกับการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ดังนี้ โดยกำหนดทางเลือก 3 ทาง
ถนนทางเดินที่ 1 ตาม พ.ร.บ การกระจายอำนาจ ถ่ายโอนสถานีอนามัยไปอยู่กับ อปท.
สสอ.มีบทบาทเป็นหน่วยสนับสนุนทางวิชาการ นิเทศ กำกับ ติดตาม
( สถานีอนามัยทั่วประเทศ 80-90 % ไม่เห็นด้วยในการถ่ายโอน)
ถนนทางเดินที่ 2 สถานีอนามัยเป็นเครือข่ายพวงบริการขึ้นตรงกับโรงพยาบาลแม่ข่าย CUP
ตาม พ.ร.บ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545
(สิ่งที่พบเจอ ทำงานแลกเงิน งานหนัก เน้นตัวเลข ประชาชนสุขภาพแย่ลง
เป็นเหตุผลที่สถานีอนามัยไม่สามารถทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพและการป้อง
กันโรคที่มีคุณภาพ กลับไปทำงานด้านการแพทย์การรักษาพยาบาลแทน และ
ได้รับเงินสนับสนุนจาก CUP เฉลี่ยต่อหัวประชากรประมาณ 1-3 บาท เพื่อทำ
งานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค)
ถนนทางเดินที่ 3 เร่งให้มีการปฏิรูปสาธารณสุขและระบบสุขภาพขั้นพื้นฐานทั้งระบบ โดยเน้นการทำงานด้าน การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อสร้างดุลยภาพของระบบการแพทย์และการสาธารณสุข โดยกำหนดรูปแบบโครงสร้างองค์กร บทบาทภารกิจ และให้มีการตราพระราชบัญญัติรองรับองค์กรเป็นการเฉพาะ โดยให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน่วยงานใหม่ให้มีสถานภาพเป็นนิติบุคคล แยกเป็นเอกเทศเฉพาะ
เพื่อจัดทำบริการสาธารณสุขและจัดระบบดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน และอยู่ในระบบภาคราชการ แต่มี ความแตกต่างจากระบบราชการเดิม ซึ่งการบริหารงานต้องมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว เรียกว่า เป็นหน่วยงานในรูปองค์การบริหารอิสระ (Statutory Agency) อยู่ภายใต้กรอบของกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรได้รับการคุ้มครองในเรื่องสิทธิหน้าที่ ในลักษณะเดียวกับข้าราชการในกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ หากแต่ว่าระบบบริหารบุคคลอัตราค่าจ้างเงินเดือน และสวัสดิการต่าง ๆ สามารถกำหนดเฉพาะองค์การ ให้มีความแตกต่างกันได้ตามสภาพของงานและความจำเป็น และมีระบบบริหารภายในที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและการตรวจสอบผลิตผลที่สามารถประเมินประสิทธิภาพได้ และมีคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบมาจากภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนสาธารณสุข เข้ามาทำหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงาน โดยกำหนดมาตรวัดที่ชัดเจน ไม่ใช่ตัวชี้วัด
แนวทางนี้ สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ได้ดำเนินการตามกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา80(2) โดยเสนอให้มีการยกร่างกฎหมาย 2 ฉบับ
ฉบับแรก เป็นกฎหมายที่ให้มีการยกระดับบุคลากร หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ ให้มี พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
ฉบับสอง เป็นกฎหมายที่คำนึงถึงความมีมาตราฐานของงานส่งเสริมสุขภาพ คือการเสนอให้มีพระราชบัญญัติการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ ออกมารองรับเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนรูปโครงสร้างระบบสาธารณสุขและระบบสุขภาพขั้นพื้นฐาน
แม้ว่าเราจะเป็นหน่วยงานระดับฐานราก แต่เราเป็นฐานรากที่มั่นคง ที่จะส่งผลให้เกิดการจัดการสุขภาพที่พอเพียง เพียงแต่ว่าเราจะกำหนดตัวเองว่าเราจะเป็นอะไร ซึ่งเป็นการสร้างดุลยภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อลดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลที่มีราคาแพง อันที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ถึงเวลาแล้ว พวกเราจำเป็นต้องกำหนดเส้นทางเดิน (Roadmap) ของอนาคตระบบสาธารณสุขกันใหม่ ต้องกล้าปรับเปลี่ยนระบบวิธีคิดใหม่ ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะเราไม่อาจอยู่ภายใต้สถานภาพเดิมนี้ได้อีกต่อไป ดังนั้น ! ต้องอาศัยแรงผลักดันและขับเคลื่อนของกลุ่มสาธารณสุข(สมาคม,ชมรม,มูลนิธิ ฯลฯ) ที่ต้องมีความเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็น ที่ต้องมี พ.ร.บ วิชาชีพการสาธารณสุข และ พ.ร.บ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ ในครั้งนี้
บทบาทของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ในขณะนี้ ได้ดำเนินการเปิดพื้นที่
โดยอาศัยวงการสื่อมวลชน สื่อโทรทัศน์ และสื่อหนังสือพิมพ์ รวมถึงเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สังคมสาธารณะได้รับรู้และเข้าใจถึงการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีการเสนอกฎหมายทั้งสองฉบับ รวมถึงทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการมี พ.ร.บ วิชาชีพสาธารณสุข เพื่อหาคำตอบทางวิชาการในการอ้างอิงช่วงการแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
สิ่งสำคัญที่พวกเราพึงกระทำ
คือการสมัครเป็นสมาชิกในสังกัดสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข (สมาชิกปีละ 100 บาท,ตลอดชีพ 1,000 บาท) ด้วยเหตุผลทางกฎหมายบุคลากรวิชาชีพ ต้องเป็นสมาชิกในสังกัดองค์กรที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น
การพัฒนาของสมาคมในอนาคตอันใกล้นี้ (ปี 2554-2555) ได้จัดทำแผนพัฒนามาตราฐาน และจริยธรรมให้แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของสมาคม ฯ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันบรมราชชนก, มหาวิทยาลัยมหิดล ,มหาวิทยาลัยนเรศวร ,มหาวิทยาลัยบูรพา , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อผลิตหลักสูตรการศึกษาให้กับบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ยังไม่มีวิชาชีพรองรับ ได้มีองค์ความรู้ขั้นสูงตามมาตราฐานวิชาชีพสาธารณสุข และการมีจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ในขั้นตอนนี้บุคลากรด้านสาธารณสุขจะต้องผ่านกระบวนการสอบ ตามหลักเกณฑ์การมีองค์ความรู้ขั้นสูงที่มีมาตราฐานรองรับ และต้องผ่านหลักสูตรการอบรมด้านจริยธรรม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขออกมาบังคับใช้
วิชาชีพ : ประกอบด้วย มาตราฐานวิชาชีพ
จริยธรรมวิชาชีพ
หลักการสร้างกลุ่มองค์กร
จิตอาสา : ทำเพื่อส่วนรวม , เป็นผู้ให้ , เป็นผู้กระทำ ,
มองประโยชน์ขององค์กรเป็นของตนเอง
การสร้างครอบครัวขยาย : เน้นจิตสำนึกของบุคคล , ลดระเบียบ กฎเกณฑ์
สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข : WWW. Hpathailand.org
เอกสารฉบับนี้ นายโสภณ ตั้งศิริชัย จังหวัดกำแพงเพชร สรุปจากเวทีประชุมเสวนาสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ชลบุรี
เพื่อเผยแพร่ ให้เพื่อน พ้อง น้อง พี่ หมออนามัย ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ด้วยจิตคารวะ
ต่อนี้ไป หวังว่า หมออนามัยทุกท่าน ทุกกลุ่ม
มี กาย ใจ เป็นหนึ่งเดียว
มีส่วนร่วมต่อองค์กร ด้วยใจสาธารณะ
Last Updated (Saturday, 14 August 2010 14:56)
- สรุปสาระสำคัญ การประชุมเสวนา สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข (บุคคลที่เข้าร่วมประชุม) 21-23 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ หาดจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี
- หวั่น พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข ยุค “จุรินทร์” อืด เหตุ 5 เดือนแล้วเงียบฉี่
- รวมข่าวสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ชุมนุมหน้าสธ.(18มค53)
- ร่าง พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ…..ชงเข้า ครม.ภายใน 22 มิย.2553
- หมออนามัยบุกสธ.ร้อง”โดนทิ้ง”